วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557
การกินอาหาร
การเรียนหนังสือ กับการบริโภคอาหาร เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกันทางอ้อม ดังคำกล่าวว่า”จิตใจที่ดีย่อมอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์” ดังนั้นน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา จึงไม่ควรมองข้ามการกินอาหาร ให้ถูกต้อง และเหมาะสมตามสัดส่วน และปริมาณคุณค่าของอาหาร เพราะหากกินตามกระแส อาหารฟาสต์ฟู้ดที่เป็นที่นิยมของเด็กรุ่นใหม่ แท้จริง ก็ได้ชื่อว่า อาหารขยะ หรือ Junk Food ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับร่างกาย และทำให้สมองดีขึ้นเลย นอกจากสะสมไขมัน และทำให้เกิดโรคอ้วน ลองมาดูข้อมูลดี ๆ ที่ผู้เขียน เรียบเรียงมาจากข้อมูลของกรมอนามัยกันดีกว่า ว่า สัดส่วนอาหารที่เหมาะสมสำหรับชีวิตเราในวันหนึ่ง ๆ เป็นอย่างไร อาหารในกลุ่มข้าวแป้งได้แก่ ข้าวเจ้า ข้าวเหนี่ยว ขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง เผือก มัน ข้าวโพด ให้สารอาหารคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นแหล่งให้พลังงานโดยคาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้ พลังงาน 4 กิโลแครลอรี การกินข้าว - แป้ง ในปริมาณที่เหมาะสมพอดีกับความต้องการของร่างกายในแต่วันจะ ไม่ทำให้อ้วนแต่ถ้ากินเกิน ส่วนที่เกินนี้จะถูกร่างกายที่แสนฉลาดขอเปลี่ยนเป็นเซลล์ไขมัน สะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกายโดยเฉพาะช่องท้องสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนน้ำหนักไขมัน เกินเกณฑ์ จึงทำให้เราอ้วนได้ ดังนั้นการกินอาหารกลุ่มข้าว - แป้งมากเกินไปก็ทำให้เราอ้วน ได้ ไม่ใช่กินไขมันแล้วทำให้อ้วนได้อย่างเดียว สรุปว่า กินให้พอดีรับรองไม่อ้วนแน่ คือกินดังต่อไปนี้ 1.กินในปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่งละวัน - 8 ทัพพี สำหรับเด็กอายุ 6 - 13 ปี หญิงวัยทำงาน อายุ 25 - 60 ปี ผู้สูงอายุ 60ปี ขึ้นไป - 10 ทัพพี สำหรับวันรุ่น หญิง - ชาย อายุ 14 - 25 ปี ชายวัยทำงาน 25 - 60 ปี - 12 ทัพพี สำหรับหญิง - ชาย ที่ใช้พลังงานมากๆ เช่น เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน นักกีฬา 2. กินข้าวกล้องแทนข้าวขัดสี เพราะจะทำให้ได้วิตามิน เกลือแร่ ใยอาหารเพิ่มขึ้น 3. กินขนมปังโฮลวีทแทนขนมปังที่ทำจากแป้งธรรมดา 4. กินเผือก มัน ที่เตรียมโดยการ ต้ม นึ่ง เผา ดีกว่านำไปทำเป็นขนมหวานใส่กะทิหรือ ทอดน้ำมัน 5. กินข้าวโพดที่เตรียม โดยการ ต้ม ปิ้ง เป็นฝักดีกว่าข้าวโพดที่ถูกนำไปผ่านกระบวนการ เช่น ข้าวโพดอบกรอบ ข้าวโพดคั่ว เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับไขมัน และเกลือเพิ่มโดยไม่จำเป็น คนที่รักการกินพืชผัก และผลไม้ เพราะรู้ดีว่าผักและผลไม้ไม่เพียงแต่จะให้วิตามินแร่ธาตุไปช่วยทำให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติเท่านั้น แต่การกินผักผลไม้เป็นประจำ เพราะว่า ในผักผลไม้ยังประกอบด้วยสารอื่นๆ ที่ไม่ใช่สารอหาร แต่มีคุณสมบัติป้องกันไม่ให้เกิดโรคและความเจ็บป่วย ได้ด้วย อย่างเช่น ใยอาหาร ส่วนการจะกินอาหารที่ให้โปรตีนหลากหลายชนิด ก็ควรจะเน้นการกินปลาเป็นหลัก รองลงมาเป็นเนื้อสัตว์ประเภทอื่น ๆ ที่ไม่ติดมัน ตามมาด้วยไข่ หากเป็นนักโภชนาการ หรือคนที่มีความรู้เรื่องการบริโภคอย่างถูกต้องทั่วไปมักจะไม่กลัวโคเลสเตอรอลในไข่จนเกินเหตุ แต่จะกินไข่ตามสภาวะร่างกายของแต่ละคนโดยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 3-4 ฟอง ถั่วเมล็ดแห้งและผลิตภัณฑ์ คือแหล่งโปรตีนจากพืชที่นักโภชนาการมักจะกินสลับไปกับ ดื่มนมวันละ 1 – 2 แก้ว ทุกวัน ไม่ได้ดื่มเพราะความหิว ความพร่อยในรสชาติของนม แต่ดื่มนมเพราะตระหนักดีว่า นมคือแหล่งของแคลเซียมที่ดีที่ร่างกายสามารถร่อยและดูดซึมนำไปใช้ประโยชน์ ต่อกระดูก อาหารประเภทที่มีไขมันสูง มีรสเค็มจัด หวานจัด นักโภชนาการเขาจะหลีกเลียงกินให้น้อยที่สุด แม้ ว่าจะชอบกินก็ตาม เพราะรู้ว่ากินมากแล้วเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เอาละครับ ถ้าจะให้ชัดเจน ก็สามารถดูภาพรวมตามรูปที่เสนอมาให้ได้ครับ จะทราบว่า ที่พอเหมาะสำหรับการบริโภคประจำวันนั้นคือขนาดเท่าใด…
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น